วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

10 เมนูที่ต้องลองเมื่อมาเที่ยวฝรั่งเศส

10 เมนูที่ต้องลองเมื่อมาเที่ยวฝรั่งเศส

written by Lalida Puengklai เมษายน 16, 2018
10 เมนูที่ต้องลองเมื่อมาเที่ยวฝรั่งเศส
Also available in: enEnglish ja日本語 ko한국어 esEspañol
เมนูอาหารฝรั่งเศสที่ชอบคืออะไรกันบ้าง? สตูว์เนื้อแบบบูร์กอญ (boeuf bourguignon) ซุปหัวหอม (soupe à l’oignon) หรือ แครมบรูว์เล (creme brulée)? สำหรับคนที่เคยมาปารีส มีร้านโปรดร้านไหนที่มาทีไรก็ต้องไปกินรึเปล่า?
แต่เอาจริงๆ ไม่ว่าจะเคยมาหรือไม่เคยมา แต่ถ้าเป็นสายกิน หรือแบบว่า มาฝรั่งเศสทั้งทีก็ต้องกินเมนูนี้สิ! บอกเลยว่าห้ามพลาดบทความนี้นะ เพราะเราได้คัดสรร 10 เมนูห้ามพลาดในฝรั่งเศสมาเสิร์ฟถึงที่แล้ว
เชื่อเราเหอะ รู้รึเปล่าว่าอีกชื่อของประเทศฝรั่งเศสเนี่ย คืออะไร… สวรรค์แห่งอาหาร ;

คร็อก-เมอซีเยอ (CROQUE MONSIEUR)

 รูปภาพจาก:  Blog Vélib
รูปภาพจาก: Blog Vélib
โอ้โห หวานใจเมนูที่ชื่นชอบของความฝรั่งเศส ต้องนี่เลย “คร็อก-เมอซีเยอ (Croque Monsieur)” ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1910 ในร้านเล็กๆแถวเขตโอเปร่าในปารีส เมนูนี้เป็นแซนด์วิชที่เหมาะสำหรับมื้อกลางวันมากๆ ประกอบไปด้วยขนมปัง 2-3 แผ่น แฮม ชีส เนย และบางที่ก็ใส่ เบชาเมลซอส (bechamel) ด้วย ซึ่งเป็นซอสขาวที่ปกติจะเอาไว้เสิร์ฟกับสลัด จากนั้นก็เอาแซนด์วิชไปอบ ลองคิดถึงชีสเยิ้มๆ กลิ่นหอมๆดูสิคะ โอ้ย จะอดใจไม่ไหว!
La Maison du Croque Monsieur, 37 Boulevard du Montparnasse, 6th arrondissement (เขต 6)

สตูว์เนื้อแบบบูร์กอญ (BOEUF BOURGUIGNON)

 รูปภาพจาก: Chez René Facebook
รูปภาพจาก: Chez René Facebook
Boeuf bourguignon คือสตูว์เนื้อตุ๋นในไวน์แดง พร้อมกับหอมใหญ่ เห็ด และเนื้อหมูชิ้นสดๆแบบลาด่อง (lardon – เป็นการหั่นแบบชิ้นเล็กๆ) เมนูนี้ส่งตรงมาจาก Burgundy เลยนะคะ ลองคิดถึงความนุ่มของเนื้อตุ่นสิกับรสไวน์แดงสิ…
Chez René, 14 Boulevard Saint-Germain, 5th arrondissement (เขต 5)

ไก่ตุ่นไวน์แดง (COQ AU VIN)

 Photo credit: Culture Trip
Photo credit: Culture Trip
Coq au vin คือไก่ตุ๋นกับไวน์แดง เบคอน และเห็ดต่างๆ โดยไวน์แดงที่เอามาใช้ทำอาหารเนี่ยนะคะ ส่งตรงมาจาก Burgundy เลยนะ แต่ว่าไม่ใช่ทุกๆที่ในฝรั่งเศสที่จะใช้ไวน์จาก Burgundy เสมอไป อาจจะใช้ไวน์จากที่อื่นๆบ้างแต่รสชาติก็ยังอร่อยอยู่เหมือนเดิมเลยล่ะค่ะ! แต่ถ้าจะให้แนะนำร้านที่เขาทำเมนูไก่ตุ๋นไวน์แดงได้อร่อยมากๆเลยเนี่ย ก็ต้องที่ย่านแซงต์ แฌร์แม็ง เดส์ เพร (Saint Germain des Près) ที่กรุงปารีสนี่แหละค่ะ ร้านอาหารที่่ว่านี้ก็คือ Café Procope เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่เก่าแก่ที่สุดในปารีสเลย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1684 เคยเป็นสถานที่ที่เหล่าศิลปินและนักอัจริยะต่างๆในสมัยนั้นมานั่งคุยนั่งเล่นกัน ในช่วงการปฏิวัติประเทศฝรั่งเศส ร้านอาหารแห่งนี้ก็เคยเป็นสถานที่ที่นักปฏิบัติเคยมานั่งประชุมกันด้วยนะ อย่าลืมนะคะ ถ้าได้มาที่ร้านอาหารแห่งนี้แล้ว อย่าลืมสั่ง coq au vin นะ
Café Procope, 13 Rue de l’Ancienne Comédie, 6th arrondissement (เขต 6)

ซุปหัวหอม (SOUPE À L’OIGNON)

 รูปภาพจาก: Pangcouver
รูปภาพจาก: Pangcouver
ทำเป็นเล่นไป เห็นชื่อธรรมดาๆแบบนี้ รสชาติกับส่วนผสมไม่ธรรมดานะ ซุปหัวหอมหรือ soupe à l’oignon เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสเลยทีเดียว ส่วนผสมก็มีน้ำสต๊อกเนื้อ หัวหอม ออนท๊อปด้วยชีส และขนมปัง หลายคนบอกว่าเมนูนี้ได้รับการสรรค์สร้างโดยกษัตริย์หลุยส์ที่ 5 เกิดจากเมื่อพระองค์ทรงล่าสัตว์และทรงโปรดที่จะรับประทานอาหาร และส่วนประกอบ ณ ตอนนั้นก็มีแต่หัวหอม เนย และแชมเปญ
Le Pied de Cochon, 6 Rue Coquillière, 1st arrondissement (เขต 1)

ฟัวกรา (FOIE GRAS)

 รูปภาพจาก:  TripAdvisor
รูปภาพจาก:  TripAdvisor
ฟัวกรา (Foie Gras) หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘ตับห่าน/เป็ด’ นี่แหละค่ะ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่หรูหราและเลิศรสมากๆ เมนูที่ขึ้นชื่อนี้มาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ฟัวกราของที่นี่มีความพิเศษมาก และจะเสิร์ฟพร้อมกับ “magret de canard” (ส่วนอกของเป็ด) และ “confit de canard” (เป็ดกงฟีย์) ด้วย ต้องลองๆ
Comptoir de la Gastronomie, 34 Rue Montmartre, 1st arrondissement (เขต 1)

หอยทาก (ESCARGOTS)

เมืองที่ขึ้นชื่อเมนูหอยทากมากที่สุดในฝรั่งเศสก็ต้อง Burgundy เลยค่ะ เมนูหอยทากที่นี้จะถูกเสิร์ฟพร้อมกับเนยพาสลีย์ และตัวหอยก็ยังอยู่ในเปลือกของมันด้วยนะคะ สดมากๆเลย แต่ถ้าอยากจะทำอาหารกินเองก็ลองเอาหอยทากไปอบกับเนยนะ หรือจะอบกับไวน์แดง หรือน้ำสต๊อกไก่ก็ได้ อร่อยไม่แพ้ไปนั่งร้านอาหารแพงๆเลยล่ะ ใครติดใจอยากจะลองดู ลองเข้าไปดูบทความของที่เราได้แนะนำร้านอาหารเมนูหอยทากเด็ดในฝรั่งเศส ไว้ให้แล้วด้วยนะคะ
L’Escargot, 38 Rue Montorgueil, 1st arrondissement (เขต 1)

ปอโตเฟอ (POT AU FEU)

 รูปภาพจาก: Le Figaro
รูปภาพจาก: Le Figaro
ปอโตเฟอ (Pot au feu) เป็นเมนูสตูว์เนื้อกับผัก (แครอท, หัวผักกาด, กระเทียม, ผักชีฝรั่ง และหัวหอม) และเนื้อกระดูกอ่อน (หางและไขกระดูก) แค่ส่วนผสมก็น่ากินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ส่วนไขกระดูกจากสตูว์เนืี่ย ถ้ากินแบบดั้งเดิมเลยคือจะกินพร้อมกับขนมปังปิ้งโรยด้วยเกลือทะเล ส่วนผักก็จะกินกับมัสตาร์ด Dijon เมนูนี้พร้อมเสิร์ฟให้ความฝรั่งเศสได้ลิ้มรสกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1600 ร้านอาหารที่มีสุดยอดปอโตเฟออยู่ก็ต้องที่ Brasserie Lipp เลยค่ะ อาจจะไม่มีชื่อเสียงเท่าร้าน Café de Flore หรือ Les Deux Magots แต่รสชาติอาหารจาก Brasserie Lipp ก็ไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ และยังเป็นร้านที่เหล่านักอัจฉริยะสมัยก่อนชอบมานั่งชิวกันด้วยนะ
Brasserie Lipp, 151 Boulevard St Germain, 6th arrondissement (เขต 6)

สเต็กกับเฟรนช์ฟรายส์ (STEAK FRITES)

 รูปภาพจาก: Relais Entrecôte
รูปภาพจาก: Relais Entrecôte
สเต็กและเฟรนช์ฟรายส์เป็นเมนูดั้งเดิมของฝรั่งเศสเลย สามารถเข้าไปสั่งเมนูนี้ได้ในเกือบทุกร้านอาหารในฝรั่งเศสเลย เมนูจะเสิร์ฟด้วยเนื้อสเต็กและเฟรนช์ฟรายส์แบบโฮมเมด พร้อมกับซอสสุดอร่อย ชีส และพริกไทย เมนูคลาสสิคในตำนานที่ไม่ว่าจะผ่านไปแค่ไหนคนก็ยังหลงรักอยู่ดี แม้ว่าเกือบทุกร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูนี้แต่ก็ไม่ใช่ทุกร้านที่จะทำออกมาได้อร่อยถูกปากสายกินทุกคนนะ ถ้าอยากลองเมนูนี้แบบเด็ดๆจริงๆต้องไปที่ Relais de L’Entrecôte ที่ปารีสเลยค่ะ สเต็กและเฟรนช์ฟรายส์ที่นี่เสิร์ฟพร้อมกับซอสสุดลับของทางร้าน อร่อยอย่าบอกใครเลย (แต่บอกเหอะ) อีกร้านหนึ่งที่ทีมงาน INSIDR ช๊อบชอบก็คือ L’Aller Retour โดยสเต็กและเฟรนช์ฟรายส์อยู่ในเมนูพิเศษสำหรับอาหารกลางวันด้วยนะ ไปลองกินและจิบไวน์ไปด้วย โอ้ย น้ำลายไหล
Relais de L’Entrecôte, 20 rue Saint Benoit, 6th arrondissement (เขต 6)
L’Aller Retour, 5 Rue Charles-François Dupuis, 3rd arrondissement (เขต 3)

ไก่อบ (POULET RÔTI)

 รูปภาพจาก:  Pinterest
รูปภาพจาก: Pinterest
ไก่อบ หรือ “Poulet Rôti” เป็นอีกเมนูคลาสสิคของฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นบ้านไหนๆหรือร้านอาหารไหนๆในฝรั่งเศสก็กินเมนูนี้กันทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ ไก่ที่ใช้ในเมนูนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไก่ที่ถูกเลี้ยงโดยให้กินหญ้า ถ้าอยากจะลองลิ้มรสดูล่ะก็ ไปที่ตลาดนัดขายอาหารของชาวฝรั่งเศสเลยค่ะ เพราะมีไก่อบให้เลือกกันหลายร้านเลย และชาวฝรั่งเศสเขาก็ขายเฉพาะไก่อบสดๆใหม่ๆด้วยนะ
อยากรู้ว่าต้องไปตลาดนัดไหนดี ก็ลองเข้าไปดูได้ที่บทความนี้เลยค่ะ 😉

แครมบรูว์เล (CREME BRULÉE)

 รูปภาพจาก: Gastro & Co
รูปภาพจาก: Gastro & Co
แครมบรูว์เล (Creme brulée) เป็นเมนูของหวานสุดคลาสสิคของฝรั่งเศสที่พลาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ โดยส่วนผสมก็จะมีคัสตาร์ดที่ทำมาจากไข่สดๆ ตบท้ายด้วยคาราเมลอบด้านบน คุณจะได้ลิ้มรสกับคัสตาร์ดวานิลลาเนื้อละเอียดอ่อนและอ่อนๆกลิ่นของดอกส้ม สามารถสั่งเมนูนี้ได้จากร้านอาหารฝรั่งเศสเกือบทุกร้านเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าเด็ดจริงๆต้อง La Fontaine de Mars ทีมงานไปลองมาแล้ว อร่อยมากจริงๆ ใครไปเที่ยวหอไอเฟลก็แวะไปได้ค่ะ ร้านอยู่ไม่ไกลจากหอไอเฟลเลย

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

ฤดูในประเทศฝรั่งเศส

ฤดูในประเทศฝรั่งเศส
 
  • ฤดูใบไม้ผลิ ( le printemps )
  • ฤดูร้อน( l'été )
  • ฤดูใบไม้ร่วง ( l'automne )
  • ฤดูหนาว ( l'hiver ) 
  •  

ศาสนาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส

ศาสนาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส

 นิกายโรมันคาทอลิก เป็นศาสนาของกลุ่มประชากรผู้ใช้ภาษาโรแมนซ์หรือภาษาละติน ยกเว้นโรมาเนีย ประชากรนับถือนิกายออร์โธดอกซ์ ประชากรกลุ่มภาษาอื่น เช่น ไอร์แลนด์ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย เช็ก สโลวัก ฯลฯ

3.2 นิกายโปรเตสแตนต์ เป็นศาสนาของกลุ่มประชากรในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย เยอรมนี สหราชอาณาจักร
3.3 นิกายออร์โธดอกซ์ เป็นศาสนาของประชากรในประเทศคาบสมุทรบอลข่านและยุโรปตะวันออก เช่น กรีซ บัลแกเรีย มาซิโดเนีย ยูโกสลาเวีย โรมาเนีย รัสเซีย ยูเครน ฯลฯ

วัฒนธรรมของฝรั่งเศสชาวฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการนอนกลางวัน จึงส่งผลให้ประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสชอบนอนกลางวันตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนลึกของวัฒนธรรม คล้ายคลึงกับของอังกฤษและอิตาลีอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจนเด่นชัด เช่น การจับมือ ภาษา เป็นต้น เนื่องจากชนพื้นเมืองเป็น ชนผิวดำ และสีผิว จึงได้วัฒนธรรมตามกันมา

ชาวฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการนอนกลางวัน จึงส่งผลให้ประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสชอบนอนกลางวันตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนลึกของวัฒนธรรม คล้ายคลึงกับของอังกฤษและอิตาลีอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจนเด่นชัด เช่น การจับมือ ภาษา เป็นต้น
สิ่งที่ควรทำ – ไม่ควรทำ
1.คุณสามารถกล่าวทักทายว่าบงชู (Bonjour) ซึ่งหมายถึงสวัสดีตอนเช้า
หรือบงซัว (Bonsoir) ที่หมายถึงสวัสดีตอนเย็น
กล่าวลาเมื่อจะจากไปด้วยคำว่า โอ”เครอ”วัว (Au revoir) ที่แปลว่า ลาก่อน
และกล่าวขอบคุณว่า แม็กซิ (Merci) ได้
2. วิธีทักทายสำหรับคนที่รู้จักกันนั้นคือการแลกจูบแก้มซึ่งกันและกัน ไม่ว่าคู่ทักทายของคุณจะเป็นหญิงหรือชาย ตามงานพิธีต่างๆ ชาวฝรั่งเศสใช้วิธีชนแก้มกันทั้งสองข้าง (la bise) ว่ากันว่าชาวปารีสนิยมแนบแก้มกันถึง 4 ครั้ง ถ้าเป็นเมืองนอกเขตปารีสทำเพียง 2 ครั้ง
3. เมื่อไปรับประทานอาหารตามภัตราคารอย่าตะโกนเรียกบริกรว่า”การ์ซ็อง (garçon)” ที่ตรงกันกับภาษาอังกฤษว่า boy ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสถือว่าไม่ สุภาพ ควรเรียกว่าเมอซิเออร์ และกล่าวคำว่า ซิล วู เปล ซึ่งแปลว่ากรุณา เวลาสั่งอาหารหรือขออะไรเพิ่มเติมจึงถือว่าสุภาพและควรถอดหมวก เสื้อคลุม โอเวอร์โค๊ดหรือแจ้กเก็ต เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ก่อนทุกครั้ง
4. สนามหญ้าในฝรั่งเศสมีไว้ให้ดูและชื่นชมความเขียวชอุ่ม ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ยกเว้นตามสนามหญ้าที่เปิดเป็นสาธารณะ หากคุณละเมิดกฏเข้าไปในสนามหญ้าซึ่งมีป้าย pelouse interdite แปลว่า สนามหญ้าห้ามเข้า กำกับอยู่ ถือว่าคุณทำผิดกฏหมาย
5. เมื่อชาวฝรั่งเศสต้องการโบกมือลาเขาจะยกมือพร้อมกับขยับนิ้วขึ้นลง ๆ
6. รถแท็กซี่ในฝรั่งเศสนั่งได้ 3 คน เฉพาะที่ตรงด้านหลังคนขับเท่านั้นที่นั่งด้านขวามือข้างหน้าคู่กับคนขับ นั้น มักไว้ให้เป็นที่นั่งของสัตว์เลี้ยง

ขนบธรรมเนียมและประเพณีของฝรั่งเศส

1. French Greetings (the French kiss)
วิธีการทักทายของชาวฝรั่งเศสก็เป็นอย่างหนึ่งที่เพื่อนๆอาจรู้สึกไม่ชิน นอกจากการจับมือแล้ว การจูบกันด้วยแก้มทั้งสองข้างก็เป็นทักทายเช่นกัน หากเป็นเพื่อนสนิทจะจูบแก้มกันสามครั้งขึ้นไป แล้วแต่ธรรมเนียมของแคว้นนั้นๆ
2. Tipping in France
โดยปกติในฝรั่งเศสจะไม่นิยมให้ทิปกัน แต่สำหรับพนักงานที่ให้บริการดีแล้วเราพอใจอยากจะให้ทิป ก็สามารถให้ได้ แต่ควรจะให้อย่างต่ำ 1 ยูโรครับ ถ้าต่ำกว่านี้อย่าให้เลยดีกว่า เพราะจะดูน่าเกลียดแทนที่จะดูดี
3. French cuisine
คนฝรั่งเศสกินอาหารแบบเรียงตามลำดับหรือคอร์ส  จบไปทีละคอร์ส  โดยทั่วไปจะมี 3 คอร์สคือ entré,  plate principal และ cheese course หรือ dessert  ถ้าเสิร์ฟแบบเต็มยศก็เพิ่มอีกสามเป็น  6 คอร์สโดยเริ่มจาก  aperitif หรือออร์เดิร์ฟ  แล้วเป็น entré ซึ่งมักจะเป็นซุป ตามด้วยอาหารจานหลักที่เป็นเนื้อสัตว์  ต่อด้วยสลัดแล้วตามด้วยเนยแข็งสารพัดชนิด ปิดท้ายด้วยของหวานหรือผลไม้พร้อมกับกาแฟ  ส่วนขนมปัง ไวน์ และน้ำแร่จะมีเสิร์ฟตลอดเวลาที่กินอาหาร
4. French etiquette at meals
คนฝรั่งเศสใช้มีดและส้อมในการกินอาหารเกือบทุกอย่าง  ไม่เว้นแม้กระทั่งเฟร้นฟรายส์  โดยถือมีดด้วยมือขวา และมือซ้ายถือส้อม ไม่มีการเปลี่ยนมือไปมาเหมือนคนอเมริกัน และที่สำคัญจะต้องวางมือไว้บนโต๊ะ ไม่วางไว้บนหน้าตัก นอกจากนี้ยังมีมารยาทบนโต๊ะอาหารอื่นๆที่ควรต้องเรียนรู้อีกมาก

ชุดประจำชาติฝรั่งเศส

ผู้ชายจะสวมวิกที่เรียกว่า Cadogan (กาโดกอง) มีม้วนเป็นหลอดอยู่สองข้าง รูปทรงของหมวกและการผูกผ้าพันคอของผู้ชาย สวมเสื้อคลุมยาวปิดสะโพก นุ่งกางเกงรัดขา ใส่ถุงเท้ายาว เสื้อชั้น ในเป็นเชิ้ต มีจีบระบายที่อกและแขน มีเสื้อตัวสั้น ทับก่อนใส่เสื้อคลุม
ผู้หญิง เป็นเสื้อรัดรูป คอลึก ชุดมีลูกไม้และริบบิ้น  รูปทรงกระโปรงบานในลักษณะวงกลม มีโครงในกระโปรงเรียกว่า Doble Panmiers (โดเบลอ ปองมิเยร์) ตกแต่งเป็นผ้าต่วนไหมและกำมะหยี่ กระโปรงจะมีผ่าหน้าและยกหยัก รั้งด้านข้าง ทั้ง 2 ข้างขึ้น ไปพองอยู่ด้านข้าง 2 ข้าง ด้านหลังด้วยการจับจีบเดรฟ มีโครงกระโปรงที่เรียกว่า สุ่มไก่ ทำด้วยโลหะสามารถกางและหุบได้ ทรงผมประดับด้วยไข่มุก ขนนก และดอกไม้

 

แผนที่ประเทศฝรั่งเศส

แผนที่ประเทศฝรั่งเศส

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในฝรั่งเศส
หอไอเฟล (La Tour Eiffel)         หอไอเฟล สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสัญญลักษณ์ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย ตั้งอยู่บนถนนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบชื่อ "กุสตาฟ ไอเฟล" สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1889

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

ประตูชัย (Arc de triomphe de l'Étoile)
        ประตูชัยเป็นส่วนหนึ่งของ "แนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ไปยังชานเมืองปารีส สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1806 ออกแบบโดยฌอง ชาลแกร็ง โดยออกแบบเป็นภาพของยุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศส ที่กำลังต่อสู้กับทหารเยอรมันซึ่งเต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการปลุกแรงใจของชาติสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

ถนน ชองป์ส เอลิเซ่ (Avenue des Champs-Élysées)
         แอวะนู เดส์ ชองป์ส เอลิเซ่ เป็นถนนที่สวยงามซึ่งอยู่ในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่ง อย่างสวยงามปลูกเรียงรายได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก

พระราชวังแวร์ซายส์ (Château de Versailles)
         เป็นพระราชวังที่มีความสวยงามมากเป็นอันดับต้นๆของโลก สร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1661 โดยช่างสถาปนิก อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งใช้เวลาในการสร้างถึง 30 ปี มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน ต่อปี

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์  (Musée du Louvre)
        พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกที่เก่าแก่ ใหญ่โต และมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงปารีส เป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่า ระดับโลกเป็นจำนวนมาก เช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี เป็นต้น

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

   

มหาวิหารโนตเรอดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris)
        เป็นมหาวิหารในสมัยกอธิค ( Gothic ) เป็นวัดที่สวยงามที่สุดในสิ่งก่อสร้าง ยุคกอธิคแบบฝรั่งเศส วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแชน วียอเลต์-เลอ-ดุค ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส  ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังถูกใช้เป็นวัดของนิกายโรมันคาทอลิกและ เป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส
ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)
     
รถไฟความเร็วสูง TGV
       รถไฟ TGV เป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ฝรั่งเศสภาคภูมิใจด้วยสมรรถนะความเร็วที่สูง ถึง 300 กม./ชม. ดังนั้นการเดินทางโดย TGV นอกจากจะตรงเวลาและสะดวกสบายแล้ว ยังปลอดภัยและสามารถประหยัดเวลาเดินทางจากปารีสไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ของฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี หากมีโอกาสได้เดินทางไปฝรั่งเศสแล้วก็ไม่ควรพลาด

ล่องเรือเพื่อเที่ยวชมเมืองปารีส หรือบาโต มูช (Bateaux Mouches)
       คือการล่องเรือเพื่อเที่ยวชมเมืองปารีส เป็นที่นิยมมาก เรือมีที่นั้งเยอะและจะมีบริเวณที่เปิดและปิดหลังคาให้เลือกนั่งได้ ใช้เวลาในการชมเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจะล่องน้ำไปตามแม่น้ำแซนเพื่อชมสถานที่ที่สวยงามมากมายในปารีส เช่น หอไอเฟล, มหาวิหารนอร์ทเทอดาม, สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 และ พิพิธภัณฑ์ลูฟ เป็นต้น ดังนั้น การมาล่องเรือ บาโต มูช เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งสำหรับคนที่มาเที่ยวฝรั่งเศสจะต้องไม่พลาด

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

ประเทศฝรั่งเศส

 ประเทศฝรั่งเศส

ชื่อทางการ   สาธารณรัฐฝรั่งเศส ( République Française)
พรมแดน   ติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน
ภูมิประเทศ   มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก พื้นที่ประมาณสองในสามเป็นที่ราบ เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาแอล์ปซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป คือ ยอดเขามงต์บลองก์ (Mont-Blanc) สูง 4,807 เมตร ประเทศฝรั่งเศสมีชายฝั่งทะเลอยู่ถึง 4 ด้าน (ทะเลเหนือ ช่องแคบอังกฤษ มหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)
ภูมิอากาศ   มี 3 แบบคือ แบบชายฝั่งทะเลตะวันตก (บริเวณตะวันตกของประเทศ) แบบเมดิเตอร์เรเนียน (ทางตอนใต้ของประเทศ) และแบบภาคพื้นทวีป (ทางตอนกลางและภาคตะวันออกของประเทศ)
ภาษาที่ใช้   ภาษาฝรั่งเศส
การปกครอง   ระบอบประชาธิปไตย แบบสาธารณรัฐเดี่ยวกึ่งประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข
เมืองหลวง   ปารีส
พื้นที่    รวม 632,834 ตร.กม. นับเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก (ประมาณเกือบหนึ่งในห้าของพื้นที่ของสหภาพยุโรป) อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง
สกุลเงิน   ยูโร (EUR) โดย 1 EUR ประมาณ 40 บาท
ประชากร   ประมาณ  64 ล้านคน
เวลา   Daylight Savings time เริ่มตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เวลา 02.00 น. ใช้เวลา GMT+2 ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ สุดท้ายของเดือนตุลาคม เวลา 03.00 น. ใช้เวลา GMT+1 ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง
รหัสโทรศัพท์  33

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส ( France)

        ประเทศฝรั่งเศสนั้น เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป อักทั้งยังเป็นประเทศที่เก่าแก่ และเป็นต้นกำเนิดของศิลปวิทยาการต่าง ๆ โดยเฉพาะเป็นประเทศต้นกำเนิดแห่งศิลปะการก่อสร้างแบบโกธิค ซึ่งในเวลาต่อมาก็มีการแพร่หลายไปทั่วทั้งยุโรป ประเทศฝรั่งเศสถูกจัดให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก และยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในด้านของวงการแฟชั่นระดับโลก ส่วนในด้านการศึกษานั้น ประเทศนี้ก็เป็นประเทศที่มีมาตรฐานการศึกษาในระดับแนวหน้าประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งมีสถาบันที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายแห่งและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศอีกด้วย

Tour de France

ตูร์เดอฟร็องส์ (ฝรั่งเศส: Tour de France หมายถึง การท่องฝรั่งเศส) หรือบางครั้งเรียกว่า ลากร็องด์บุกล์ (La Grande Boucle) และ เลอตูร์ (Le Tour) เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1903 จนถึงปัจจุบัน (เว้นการจัดแข่งขันในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง)
ตูร์เดอฟร็องส์ เป็นการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลหนึ่งในสามรายการใหญ่ที่จัดการแข่งขันในยุโรป รวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์ โดยอีกสองรายการคือ
การแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1903 เกิดขึ้นเนื่องจากการท้าทายกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสชื่อ โลโต้ (L'Auto) มีนักแข่งเข้าร่วมจำนวนถึง 60 คน แต่สามารถเข้าเส้นชัยได้เพียง 21 คน ซึ่งกิตติศัพท์ของความยากลำบากในการแข่งขัน ทำให้การแข่งขันนี้เป็นที่สนใจ และมีผู้ชมการแข่งขันช่วงสุดท้ายในกรุงปารีส ตามสองฟากถนนระหว่างทางราว 100,000 คน และกลายเป็นประเพณี ที่การแข่งขันทุกครั้งจะไปสิ้นสุดที่ประตูชัย จตุรัสเดอเลตวล ปารีส
ในปี ค.ศ. 1910 เริ่มมีการจัดเส้นทางแข่งขันเข้าไปในเขตเทือกเขาแอลป์ ปัจจุบันเส้นทางการแข่งขันจะผ่านทั้งเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออก และเทือกเขาพีเรนีสทางใต้ของฝรั่งเศส 

passé composé

passé composé Le passé composé Le passé composé (อดีต) ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดไปแล้ว เช่น ฉันได้รับจดหมาย = J’ai r...